เอเอฟพี - นักดำน้ำแดนจิงโจ้ถูกฉลามเล่นงานจนถึงแก่ความตาย ทางตอนใต้ของ ออสเตรเลียวันนี้ (17) เจ้าหน้าที่ตำรวจเผย เหตุสะเทือนขวัญดังกล่าวถือเป็นการโจมตีขั้นร้ายแรงจากปลาฉลามครั้งที่ 2 เหนือน่านน้ำออสเตรเลียในระยะกว่า 2 ปี
สำนักงานตำรวจรัฐเซาท์ออสเตรเลียระบุในคำแถลงว่า นักดำน้ำสำรวจผู้เคราะห์ร้ายคนนี้กำลังกลับขึ้นสู่ผิวน้ำ หลังจากเสร็จสิ้นการดำน้ำ ทันใดนั้นเอง ปลาฉลาม 2 ตัว ซึ่งคาดว่าเป็นปลาฉลามขาว กลุ้มรุมเข้าโจมตี และลากตัวเขาหายลับไป
กัปตันเรือ ผู้นำทีมของผู้เสียชีวิตและเห็นเหตุการณ์ตลอด หมดปัญญาช่วยผู้เคราะห์ร้าย และได้กลับเข้าฝั่งใกล้กับเมืองคอฟฟินเบย์ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากเมืองแอดิเลด ประมาณ 300 กิโลเมตร คำแถลงของสำนักงานตำรวจรัฐเซาท์ออสเตรเลียระบุ ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติม
เมื่อเดือนสิงหาคม 2010 เคยเกิดเหตุนักเล่นกระดานโต้คลื่นชาวออสเตรเลียเสียชีวิต หลังจากถูกปลาฉลามขย้ำ นอกชายฝั่งรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย
การเสียชีวิตของนักเล่นเซิร์ฟรายนี้นับเป็นเหยื่อฉลามรายแรกตั้งแต่เดือนธันวาคม 2008 ซึ่งในเหตุการณ์ครั้งนั้นมีผู้ถูกปลาฉลามขาวเล่นงาน บริเวณนอกชายฝั่งของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียเช่นกัน ขณะกำลังดำน้ำตื้น (snorkelling) อยู่กับลูกชาย ข้อมูลจากหน่วยแฟ้มคดีการโจมตีของปลาฉลามออสเตรเลียระบุ
ปลาฉลามเป็นสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติในน่านน้ำออสเตรเลีย แต่เหตุโจมตีมนุษย์ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยมียอดผู้เสียชีวิตเพียง 24 คนจากปี 2009 นับย้อนหลังไป 20 ปี
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์17 กุมภาพันธ์ 2554 20:55 น.
วันเสาร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
อเมริกัน 90% เชื่อ ‘รักแท้มีจริง'
อินดิเพนเดนท์ – อุ่นเครื่องก่อนเข้าสู่เทศกาลวันแห่งความรักต้นสัปดาห์หน้า แบรนด์แฟชั่น “ราล์ฟ ลอเรน “ และแมกกาซีนไลฟ์สไตล์ “เกลเมอร์” จับมือกันค้นหาว่าหญิงชายในอเมริกาคิดอย่างไรกับเรื่องโรแมนติกและการตามหาความรัก
การสำรวจที่ทั้งคู่มอบหมายให้บริษัทวิจัย จีเอฟเค โรเปอร์ จัดทำขึ้นนี้ มาจากการสอบถามความคิดเห็นชาย-หญิงอายุ 18 ปีขึ้นไปจำนวน 1,000 คนในสหรัฐฯ ซึ่งพบว่าผู้ตอบแบบสอบถาม 90% เชื่อในรักแท้ และทั้งผู้หญิงผู้ชายเชื่อเรื่องนี้มากพอๆ กัน ไม่ว่าจะอายุเท่าใด เป็นคนโสดหรือว่าแต่งงานแล้วก็ตาม
เกือบ 12% ของคนแต่งงานแล้ว พบคู่ครองจากการเล่นเน็ต คนโสด 75% เชื่อว่าควรรอการติดต่อจากเป้าหมายที่เล็งไว้ 1-3 วันหลังจากที่คนๆ นั้นรับรู้ความในใจและข้อมูลของตนแล้ว
ผู้ชาย 19% บอกรักตั้งแต่ช่วงสัปดาห์แรกที่ออกเดต แต่มีผู้หญิงที่ทำพฤติกรรมแบบเดียวกันนี้แค่ 10%
ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากบริษัทวิจัยตลาด เอ็กซ์พีเรียน ฮิตไวส์ ระบุว่าดอกไม้คือของขวัญยอดนิยมในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ และ คำว่า “ดอกไม้ วันวาเลนไทน์” กับ ‘จัดส่งดอกไม้ สิงคโปร์’ เป็นคำที่มีผู้ค้นหามากที่สุดในสหรัฐฯ และสิงคโปร์ตามลำดับ ในช่วงสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 5 กุมภาพันธ์
เมื่อเปรียบเทียบในหมู่นักชอปออนไลน์ พบว่านักชอปในสหราชอาณาจักรและออสเตรเลียรั้งรอการหาของขวัญให้คนรักจนถึงนาทีสุดท้าย และคำค้นหาเกี่ยวกับการค้าปลีกยอดนิยมในสหราชอาณาจักรในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเกี่ยวข้องกับ ‘ทีวีราคาถูก’ ส่วนชาวออสซีนิยมหาคำว่า ‘แอร์พกพา’
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์17 กุมภาพันธ์ 2554 16:27 น.
การสำรวจที่ทั้งคู่มอบหมายให้บริษัทวิจัย จีเอฟเค โรเปอร์ จัดทำขึ้นนี้ มาจากการสอบถามความคิดเห็นชาย-หญิงอายุ 18 ปีขึ้นไปจำนวน 1,000 คนในสหรัฐฯ ซึ่งพบว่าผู้ตอบแบบสอบถาม 90% เชื่อในรักแท้ และทั้งผู้หญิงผู้ชายเชื่อเรื่องนี้มากพอๆ กัน ไม่ว่าจะอายุเท่าใด เป็นคนโสดหรือว่าแต่งงานแล้วก็ตาม
เกือบ 12% ของคนแต่งงานแล้ว พบคู่ครองจากการเล่นเน็ต คนโสด 75% เชื่อว่าควรรอการติดต่อจากเป้าหมายที่เล็งไว้ 1-3 วันหลังจากที่คนๆ นั้นรับรู้ความในใจและข้อมูลของตนแล้ว
ผู้ชาย 19% บอกรักตั้งแต่ช่วงสัปดาห์แรกที่ออกเดต แต่มีผู้หญิงที่ทำพฤติกรรมแบบเดียวกันนี้แค่ 10%
ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากบริษัทวิจัยตลาด เอ็กซ์พีเรียน ฮิตไวส์ ระบุว่าดอกไม้คือของขวัญยอดนิยมในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ และ คำว่า “ดอกไม้ วันวาเลนไทน์” กับ ‘จัดส่งดอกไม้ สิงคโปร์’ เป็นคำที่มีผู้ค้นหามากที่สุดในสหรัฐฯ และสิงคโปร์ตามลำดับ ในช่วงสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 5 กุมภาพันธ์
เมื่อเปรียบเทียบในหมู่นักชอปออนไลน์ พบว่านักชอปในสหราชอาณาจักรและออสเตรเลียรั้งรอการหาของขวัญให้คนรักจนถึงนาทีสุดท้าย และคำค้นหาเกี่ยวกับการค้าปลีกยอดนิยมในสหราชอาณาจักรในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเกี่ยวข้องกับ ‘ทีวีราคาถูก’ ส่วนชาวออสซีนิยมหาคำว่า ‘แอร์พกพา’
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์17 กุมภาพันธ์ 2554 16:27 น.
วิจัยชี้ 180 เมืองชายฝั่งสหรัฐฯเสี่ยง “จมทะเล” ภายในปี 2100
เอเจนซี - การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลก ซึ่งส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น อาจเป็นอันตรายต่อ 180 เมืองชายฝั่งของสหรัฐฯภายในปี 2100 โดยจุดที่จะได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด ได้แก่ ไมอามี, นิวออร์ลีนส์ และ เวอร์จิเนีย บีช ผลวิจัยล่าสุดเผย
งานวิจัยในอดีตซึ่งศึกษาผลกระทบจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นในช่วงปลายศตวรรษนี้ พบว่า ระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นในอัตราที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ส่วนงานวิจัยชิ้นล่าสุดนี้มุ่งศึกษาผลกระทบต่อชุมชนใน 48 รัฐ ซึ่งมีประชาชนอาศัยอยู่มากกว่า 50,000 คนขึ้นไป
ผลวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร ไคลเมต เชนจ์ เล็ตเตอร์ส ระบุว่า ระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นราว 1 เมตรในปี 2100 จะทำให้เมืองบริเวณชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกตอนใต้และอ่าวเม็กซิโก ได้รับความเสียหายรุนแรงที่สุด
ระดับน้ำที่สูงขึ้นเป็นผลมาจากภาวะโลกร้อน ซึ่งทำให้น้ำแข็งบนผืนแผ่นดินละลายลงสู่มหาสมุทรต่างๆ มากขึ้น
ด้วยข้อมูลจากศูนย์สำรวจด้านธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) ทำให้นักวิจัยสามารถคำนวณรายละเอียดได้ว่า แผ่นดินบริเวณใดบ้างที่จะจมอยู่ใต้น้ำหากระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้น เจเรมี วีสส์ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งแอริโซนา ระบุ
จากการคำนวณพบว่า แผ่นดินร้อยละ 9 ใน 180 เมืองชายฝั่งของสหรัฐฯ จะถูกน้ำทะเลกลืนกินภายในปี 2100
จากผู้จัดการออนไลน์ 17 กุมภาพันธ์ 2554 16:27 น.
งานวิจัยในอดีตซึ่งศึกษาผลกระทบจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นในช่วงปลายศตวรรษนี้ พบว่า ระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นในอัตราที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ส่วนงานวิจัยชิ้นล่าสุดนี้มุ่งศึกษาผลกระทบต่อชุมชนใน 48 รัฐ ซึ่งมีประชาชนอาศัยอยู่มากกว่า 50,000 คนขึ้นไป
ผลวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร ไคลเมต เชนจ์ เล็ตเตอร์ส ระบุว่า ระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นราว 1 เมตรในปี 2100 จะทำให้เมืองบริเวณชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกตอนใต้และอ่าวเม็กซิโก ได้รับความเสียหายรุนแรงที่สุด
ระดับน้ำที่สูงขึ้นเป็นผลมาจากภาวะโลกร้อน ซึ่งทำให้น้ำแข็งบนผืนแผ่นดินละลายลงสู่มหาสมุทรต่างๆ มากขึ้น
ด้วยข้อมูลจากศูนย์สำรวจด้านธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) ทำให้นักวิจัยสามารถคำนวณรายละเอียดได้ว่า แผ่นดินบริเวณใดบ้างที่จะจมอยู่ใต้น้ำหากระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้น เจเรมี วีสส์ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งแอริโซนา ระบุ
จากการคำนวณพบว่า แผ่นดินร้อยละ 9 ใน 180 เมืองชายฝั่งของสหรัฐฯ จะถูกน้ำทะเลกลืนกินภายในปี 2100
จากผู้จัดการออนไลน์ 17 กุมภาพันธ์ 2554 16:27 น.
วันศุกร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
วันมาฆบูชา
มาฆบูชา เป็นวันสำคัญของพระพุทธศาสนาวันหนึ่ง ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า เป็นวันเกิดพระธรรม ถือว่าเป็นวันที่ พระพุทธเจ้า ได้ประกาศ หลักธรรม คำสั่งสอนของพระองค์ เพื่อให้พระอรหันต์ทั้งหลาย ที่มาประชุมกันในวันนั้น นำไปเผยแผ่
วั น"มาฆบูชา" เป็นวันบูชาพิเศษที่ต้องทำในวันเพ็ญเดือนมาฆะ หรือในวันที่พระจันทร์เสวยมาฆฤกษ์
ถือกันว่าเป็นวันสำคัญ เพราะวันนี้ เป็นวันคล้ายกับ วันประชุมกันเป็นพิเศษ แห่งพระอรหันตสาวก โดยมิได้มีการนัดหมาย ซึ่งเรียกว่า
วั น"มาฆบูชา" เป็นวันบูชาพิเศษที่ต้องทำในวันเพ็ญเดือนมาฆะ หรือในวันที่พระจันทร์เสวยมาฆฤกษ์
ถือกันว่าเป็นวันสำคัญ เพราะวันนี้ เป็นวันคล้ายกับ วันประชุมกันเป็นพิเศษ แห่งพระอรหันตสาวก โดยมิได้มีการนัดหมาย ซึ่งเรียกว่า
วันจาตุรงคสันนิบาต ซึ่งได้มีขึ้น ณ บริเวณเวฬุวันมหาวิหาร หลังจากที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้เป็นเวลานับได้ ๙ เดือน
วันนี้เอง ที่พระพุทธองค์แสดง "โอวาทปาฎิโมกข์" ซึ่งถือกันว่า เป็นหลักคำสอนที่เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา
โอวาทปาฏิโมกข์ เป็นหลักคำสอนที่เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ได้กล่าวถึง จุดหมาย หลักการ และวิธีการ ของพระพุทธศาสนาไว้อย่างครบถ้วน
๑. จุดหมายของพระพุทธศาสนา คือ พระนิพพาน (นิพฺพานํ ปรมํ วทนฺติ พุทฺธา)
๒. หลักการของพระพุทธศาสนา คือ ต้องมีความอดทน ในการฝึกตนเอง เพื่อบรรลุจุดหมาย (ขนฺติ ปรมํ ตโป ตีติกฺขา) ต้องประกอบด้วย
ก. ไม่ทำความชั่วโดยประการทั้งปวง ทั้งทางกาย วาจา และทางใจ (สพฺพปาปสฺส อรกณํ)
ข. ทำความดีทั้งทางกาย วาจา และใจ (กุสลสฺสูปสมฺปทา) การไม่ทำความชั่วนั้น จะเรียกว่า เป็นคนดียังไม่ได้ การเป็นคนดี จะต้องทำความดี ทั้งทางกาย วาจา ใจ มิฉะนั้นแล้ว คนปัญญาอ่อน คนเป็นอัมพาต เป็นต้น ก็จะเป็นคนดีไปหมด
ค. การชำระจิตใจให้สะอาด ผ่องใส สงบ (สจิตฺตปริโยทปนํ)
๓. วิธีการที่จะบรรลุจุดหมาย คือ ต้องฝึกอบรมตนแบบต่อเนื่อง ให้เกิดมรรคสามัคคี คือ อริยมรรคมีองค์ ๘ รวมพลังกัน เหมือนเชือก ๘ เกลียว หรือให้มี ศีล สมาธิ และปัญญา รวมพลังกัน เหมือนเชือก ๓ เกลียว พัฒนากาย วาจา ใจ ให้พูดดี ทำดี คิดดี ไม่ตกอยู่ในอำนาจแห่งกิเลส คือ โลภะ โทสะ โมหะ หรือ ราคะ โมสะ โมหะ ไม่ตกอยู่ในอำนาจแห่งกิเลส ตัณหา หรือความใคร่ ความอยากมี อยากเป็น แบบมืดบอด ความไม่อยากมี ไม่อยากเป็น ที่มันเป็นไปไม่ได้ เช่น ไม่อยากเป็นคนเสื่อมลาภ, ยศ, สรรเสริญ, สุข เป็นต้น โดยอาศัยวิธีการดังต่อไปนี้.
ก. ฝึกวาจา ระวังเสมอ มิให้กล่าวคำเท็จ คำหยาบ คำส่อเสียด คำเพ้อเจ้อ (อนูปวาโท)
ข. ฝึกกาย ระวังเสมอมิให้มีการฆ่า ทำลายชีวิต ตลอดจนถึงการเบียดเบียนทางกาย (อนูปฆาโต)
ค. ละเว้นข้อที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสห้ามไว้ และทำตามข้อที่พระพุทธองค์อนุญาต (ปาฎิโมกฺเข จ สํวโร)
ง. รู้จักประมาณในการบริโภค อาหาร ตลอดจน รู้จักประมาณในการใช้สอยปัจจัย ๔ (มตฺตญฺญุตา จ ภตฺตสฺสมึ)
จ. ฝึกตนอย่างจริงจัง ในที่ที่สงัดจากสิ่งรบกวน (ปนฺตนฺ จ สยนาสนํ)
ฉ. ภาวนาอยู่เสมอ คือ พัฒนาตนเองให้พ้นจากอำนาจของกิเลสตัณหา การภาวนา หมายถึง การใช้ทั้งสมาธิ และวิปัสสนา แก้ปัญหา หรือจัดการกับกิเลส (อธิจิตฺเต จ อาโยโค) เป็นการตรวจสอบตัวเองอยู่เสมอ มิให้จิตใจเศร้าหมอง ให้จิตใจผ่องใสอยู่เสมอ (สจิตฺตปริโยทปนํ)
จุดหมาย หลักการ และวิธีการ ที่พระพุทธเจ้าได้ประกาศไว้จะเป็นไปด้วยดี และบรรลุวัตถุประสงค์ที่พระพุทธเจ้าทรงมุ่งหมายไว้นั้น พระองค์ได้ย้ำเตือนไว้ว่า จะต้องปฏิบัติตนให้เป็นอย่างบรรพชิต และเป็นอย่างสมณะ คือ เว้นจากความชั่วทุกประการ และเป็นผู้ปฏิบัติตัวเป็นแบบอย่าง เพื่อระงับบาปอกุศล ได้แก่ ผู้ปฏิบัติธรรม เพื่อเป็นอริยบุคคล ทั้งไม่เบียดเบียนและไม่ก่อให้เกิดความเดือนร้อนแก่คนที่ประพฤติดี ปฏิบัติชอบทั้งหลาย
๒. หลักการของพระพุทธศาสนา คือ ต้องมีความอดทน ในการฝึกตนเอง เพื่อบรรลุจุดหมาย (ขนฺติ ปรมํ ตโป ตีติกฺขา) ต้องประกอบด้วย
ก. ไม่ทำความชั่วโดยประการทั้งปวง ทั้งทางกาย วาจา และทางใจ (สพฺพปาปสฺส อรกณํ)
ข. ทำความดีทั้งทางกาย วาจา และใจ (กุสลสฺสูปสมฺปทา) การไม่ทำความชั่วนั้น จะเรียกว่า เป็นคนดียังไม่ได้ การเป็นคนดี จะต้องทำความดี ทั้งทางกาย วาจา ใจ มิฉะนั้นแล้ว คนปัญญาอ่อน คนเป็นอัมพาต เป็นต้น ก็จะเป็นคนดีไปหมด
ค. การชำระจิตใจให้สะอาด ผ่องใส สงบ (สจิตฺตปริโยทปนํ)
๓. วิธีการที่จะบรรลุจุดหมาย คือ ต้องฝึกอบรมตนแบบต่อเนื่อง ให้เกิดมรรคสามัคคี คือ อริยมรรคมีองค์ ๘ รวมพลังกัน เหมือนเชือก ๘ เกลียว หรือให้มี ศีล สมาธิ และปัญญา รวมพลังกัน เหมือนเชือก ๓ เกลียว พัฒนากาย วาจา ใจ ให้พูดดี ทำดี คิดดี ไม่ตกอยู่ในอำนาจแห่งกิเลส คือ โลภะ โทสะ โมหะ หรือ ราคะ โมสะ โมหะ ไม่ตกอยู่ในอำนาจแห่งกิเลส ตัณหา หรือความใคร่ ความอยากมี อยากเป็น แบบมืดบอด ความไม่อยากมี ไม่อยากเป็น ที่มันเป็นไปไม่ได้ เช่น ไม่อยากเป็นคนเสื่อมลาภ, ยศ, สรรเสริญ, สุข เป็นต้น โดยอาศัยวิธีการดังต่อไปนี้.
ก. ฝึกวาจา ระวังเสมอ มิให้กล่าวคำเท็จ คำหยาบ คำส่อเสียด คำเพ้อเจ้อ (อนูปวาโท)
ข. ฝึกกาย ระวังเสมอมิให้มีการฆ่า ทำลายชีวิต ตลอดจนถึงการเบียดเบียนทางกาย (อนูปฆาโต)
ค. ละเว้นข้อที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสห้ามไว้ และทำตามข้อที่พระพุทธองค์อนุญาต (ปาฎิโมกฺเข จ สํวโร)
ง. รู้จักประมาณในการบริโภค อาหาร ตลอดจน รู้จักประมาณในการใช้สอยปัจจัย ๔ (มตฺตญฺญุตา จ ภตฺตสฺสมึ)
จ. ฝึกตนอย่างจริงจัง ในที่ที่สงัดจากสิ่งรบกวน (ปนฺตนฺ จ สยนาสนํ)
ฉ. ภาวนาอยู่เสมอ คือ พัฒนาตนเองให้พ้นจากอำนาจของกิเลสตัณหา การภาวนา หมายถึง การใช้ทั้งสมาธิ และวิปัสสนา แก้ปัญหา หรือจัดการกับกิเลส (อธิจิตฺเต จ อาโยโค) เป็นการตรวจสอบตัวเองอยู่เสมอ มิให้จิตใจเศร้าหมอง ให้จิตใจผ่องใสอยู่เสมอ (สจิตฺตปริโยทปนํ)
จุดหมาย หลักการ และวิธีการ ที่พระพุทธเจ้าได้ประกาศไว้จะเป็นไปด้วยดี และบรรลุวัตถุประสงค์ที่พระพุทธเจ้าทรงมุ่งหมายไว้นั้น พระองค์ได้ย้ำเตือนไว้ว่า จะต้องปฏิบัติตนให้เป็นอย่างบรรพชิต และเป็นอย่างสมณะ คือ เว้นจากความชั่วทุกประการ และเป็นผู้ปฏิบัติตัวเป็นแบบอย่าง เพื่อระงับบาปอกุศล ได้แก่ ผู้ปฏิบัติธรรม เพื่อเป็นอริยบุคคล ทั้งไม่เบียดเบียนและไม่ก่อให้เกิดความเดือนร้อนแก่คนที่ประพฤติดี ปฏิบัติชอบทั้งหลาย
วันพฤหัสบดีที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
ธรรมะกับความรัก
จากการที่ธรรมะ สามารถปรับใช้ได้กับทุกเรื่องทุกอย่าง แม้แต่ความรัก พระพุทธเจ้าท่านกล่าวว่า ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์ แต่บางคนบอกว่า ที่ใดมีรักที่นั่นมีสุข พระท่านก็ว่า เรายังมองชีวิตยังไม่ครบด้าน ยังมองเพียงด้านเดียว แต่ความจริงแล้วมันมีหลากหลายด้าน หากมีรักแล้วที่นั่นยอมเป็นทุกข์ ถ้าเรารักใครสักคน ก็แปลว่า ในใจเราเริ่มยึดติดกับ ตัวเขา ว่า เขา ต้องเป็นคนรักของเรา บางทีเวลาเขา ไปเดิน หรือพูดคุยกับชายคนอื่น เราก็อาจจะหึงหวงเป็นธรรมดา หึงมากๆเข้า ก็กลายเป็นความขัดแย้ง เพราะเราไปยึดติดกับเขามากเกินไป
มีคนเคยบอกว่า ถ้าฉันจะเริ่มมีแฟน ฉันจะรักเขาด้วยความจริงใจ แต่จะไม่รัก เต็มที่ 100 % แต่จะรักสัก 50% เพราะอะไร ก็เพราะว่า หากเราต้องเสียเขาไปเราจะได้ไม่ต้องเสียใจมากมาย พระท่านก็บอกว่า รักร้อย ก็ทุกข์ร้อย รัก 80 ก็ทุกข์ 80 รัก 1 ก็ทุกข์ 1 ไม่รักเลย ก็ไม่มีทุกข์ และจากการอ่านหนังสือ สบตากับความตายของท่าน ว. วชิรเมธี ท่านก็บอกว่า มีสัจธรรมชีวิตอยู่ 5 ข้อ เป็นกฎกติกาของชีวิต เราที่เราทุกๆคนต้องประสบพบเจอไม่วันใดก็วันหนึ่ง
มีอยู่ข้อหนึ่ง ที่บอกว่า คนเราเกิดมาต้องพลัดพรากจากคนรักหรือของรัก ไปเป็นธรรมดา ไม่มีใครจะหลีกเลี่ยงได้ สรุปก็คือ ไม่ว่าจะยังไง แฟนที่เรามี ก็ต้องจากเราไปอยู่ดี เคยถามรุ่นพี่ ว่า พอจบปริญญา วันที่รับปริญญา นั้นก็เหมือนเป็นวันที่จะต้องจบความสัมพันธ์ลง เพราะต่างก็ต้องแยกย้ายกันไปทำงานกันในที่ต่างๆ
บางทีผมก็มีความรู้สึกว่า เรารักเขา แต่ก็ยังไม่กล้าพูด เพราะเขาคงจะคิดกับเราเพียงแค่เพื่อน และ ในใจมันจะดึงเขามาเป็นของเราตลอดเวลา ก็ได้พยายามบอกกับตัวเองว่า เขาไม่ใช่ของเรา เราก็ไม่ใช่ของเขา เรากำลังเรียนอยู่ ไม่มีความรับผิดชอบผู้หญิงได้ขนาดนั้นหรอก ตั้งใจเรียนไปก่อน ก็มีความสุขดี หากเรายึดติดกับเขามากเกินไป ว่าเขาเป็นของเรา เราก็จะเป็นทุกข์ ที่จริง แม้แต่ตัวของเราเองยังไม่เป็นของเราเลย คิดได้ดังนี้ก็ได้ตั้งเป้าหมายทางการสร้างชีวิตไว้ก่อน มีความมั่นใจในตัวเรา เป็นตัวของตัวเราเองให้ดี แล้วสักวันหนึ่งก็จะมีมาเอง
ที่หอพักนอกมหาวิทยาลัย รู้สึกว่า จะมีแต่คู่ หนุ่มสาว มานอนด้วยกัน ทั้งๆที่ยังเป็นนักศึกษา เมื่อก่อนเราก็ได้ยินมาอย่างนี้ แต่ก็ไม่เคยเห็น มาเห็นก็ตอนมาอยู่หอนอกนี่แหละ ในใจก็คิดว่า เฮ้อ วัยรุ่น สมัยนี้ ไม่อายฟ้าดินกันหรือไง เรียนก็ยังไม่จบ มาอยู่ด้วยกันซะแล้ว มองว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี ไม่ควรทำ หากพ่อแม่รู้เข้าคงจะไม่ดีแน่ ถึงพ่อแม่ไม่รู้ เราก็ต้องใจกระวนกระวายว่า หากพ่อแม่มาหาเราเมื่อไหร่ เราตายแน่ ใจก็เป็นทุกข์ หากท้องขึ้นมาปัญหาต่างๆก็ตามมาด้วย รักที่แท้ เมื่อไม่ถึงเวลา ก็ไม่ควรมีเซ็ก
เคยดูรายการหลุมดำ เห็นแล้ว ก็คิดว่า ทำไมถึงอดใจไม่ไหวหรือไง หรือว่า ไม่มีความคิดที่จะสร้างอนาคตก่อนหรือ แล้วท้องมา ก็เป็นปัญหา เรียนก็ไม่จบ งานการที่จะทำก็ไม่ดี หรือไม่มี ดูแล้ว ใครต่อใครรู้ปัญหา ของเราว่าท้องหมด แต่ คนสุดท้ายที่รับรู้เรื่องราวทั้งหมด กลับเป็นคนที่ให้กำเนิดเรา คือพ่อแม่ แล้วก็เป็นคนที่ช่วยแก้ปัญหาให้เราได้ดีที่สุดด้วย
ได้ดูเรื่องนี้แล้วเหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว คือเป็นคติสอนใจเราว่า อย่าไปทำเรื่องอย่างนั้น ตั้งใจเรียนสร้างอนาคตของเราให้ดีก่อน เราเห็นตัวอย่างมาแล้ว และอีกอย่าง มีปัญหาอะไร พ่อแม่ก็ยังเป็นห่วงเราเสมอ รักท่านให้มาก คนประพฤติธรรม ธรรมย่อมคุ้มครองคนนั้น
เทคนิคการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย
10 วิธีดำรงชีวิตในมหาวิทยาลัย
ถ้ากล่าวถึงการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย ใครๆก็อาจคิดว่ามันเป็นเรื่องง่าย ถ้าไม่ได้ลองเข้ามาใช้ชีวิตจริงๆก็ไม่รู้หรอกว่ามันยากแค่ไหน กว่าจะเรียนจบ 4 ปีต้องเผชิญกับเหตุการณ์มากมายที่เข้ามาในรั้วมหาวิทยาลัย
วิธีการใช้ชีวิตของเราให้มีความสุข และตลอดเวลาการเรียนนั้น ก็มีอยู่ด้วยกันมากมาย แต่ไม่ได้มีบัญญัติไว้อย่างเป็นทางการจากวิชาการท่านใด มีเพียงพวกเราที่ประสบความสำเร็จและอยู่ในมหาลัยนี้อย่างมีความสุขเท่านั้น ที่เรียบเรียงวิธีเหล่านี้ให้พวกคุณ
1. ปรับตัวให้เข้ากับสังคม คือพยายามที่จะเปิดตัวเปิดใจรับกับสิ่งใหม่ๆที่กำลังจะเข้ามาในอนาคตอันใกล้
2. เข้าทำกิอจกรรมทางมหาวิทยาลัย คือเทื่อทางมหาวิทยาลัยมีงานก็เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อที่จะได้ประสบการณ์
3. รู้จักคบเพื่อนและคบให้ถูกคือ รู้จักที่จะเข้าหาผู้อื่นเข้าร่วมกับสังคมเพื่อที่จะปรับตัวเป็น นั่นคือการรู้จักคบเพื่อนไปในทางที่ดี
4. การรู้จักที่จะให้อภัย แต่ข้อนี้ถ้าเป็นไปได้ก็อย่าให้มีวงจำกัดอยู่แค่ในรั้วมหาวิทยาลัย ถ้าจะดีควรจะเผบแพร่ไปสู่ผู้อื่นด้วยจะดีกว่า เพราะเมื่อเรารู้จักการให้อภัยในสิ่งที่คนอื่นทำผิดพลาดเปรียบกับสำนวนไทยที่ว่า เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร นั่นแล
5. หัดเข้าชมนมเพราะเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์หลายอย่าง มหาวิทยาลัยของคุณคงมีชมรมให้คุณเลือกอย่างมากมายไม่ว่าจะเป็น ด้านกีฬา คนตรี คุณสามารถเลือกได้ตามความต้องการ
6. อย่าเดินหลังเที่ยงคืน โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นหญิงสาววัยขบเผาะ คุณยิ่งต้องระวังเอาไว้เลย ช่วงพระอาทิตย์ตกดินเป็นต้นไปพวกมิจฉาชีพมาเดินกันขวักไขว่ทางที่ดีท่านควรที่จะพาเพื่อนเดินไปด้วยสักคน
7. เลือกหอพักให้ดีถ้าคุณเป็นหญิงสาวคุณอาจเลือกหอพักที่เป็นหญิงล้วน เพราะอาจพักหอหญิงและหอชายรวมกัน มันอาจเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้นมาก็ได้
8. ตีซี้อาจารย์ คุณคิดว่าอยู่ในมหาลัยคบเพื่อนอย่างเดียวพอแล้วหรือ ไม่หรอกคะ การคบแต่เพื่อนมันจะทำให้คุณเรียนดีขึ้นไหม คะแนนเพิ่มขึ้นหรือไม่ ต้องเข้าหาอาจารย์คุณจะได้รับคำปรึกษามากมาย แต่ที่สำคัญอาจารย์จะแปลงร่างเป็นนักจิตวิทยาได้
9. มาเรียนอย่างสม่ำเสมอ การที่คุณมาเข้าเรียนสายนั้นอาจทำให้คุณพลาดอะไรบางอย่างไปอย่างไม่คาดคิดเช่น พลาดการเชคชื่อ หรือแนวข้อสอบ
10. คิดทุกอย่างก่อนที่จะทำอะไรลงไปการที่คุณจะทำอะไรลงไปนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน หรือกิจกรรมคุณควรทำอย่างไตร่ตรองก่อนที่จะลงมือปฏิบัติ
อย่างไรก็ตามการดำรงชีวิตรั้วมหาวิทยาลัย ก็ต้องขึ้นอยู่กับการปรับตัวของเราเองเหมือนกับคำโบราณ ที่กล่าวว่า เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม เพื่ออนาคตของตัวเราเอง
หน้าที่ของ GIS
หน้าที่ของ GIS ( How GIS Works )
ภาระหน้าที่หลัก ๆ ของระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ควรจะมีอยู่ด้วยกัน 5 อย่างดังนี้
1. การนำเข้าข้อมูล (Input)
ก่อนที่ข้อมูลทางภูมิศาสตร์จะถูกใช้งานได้ในระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ข้อมูลจะต้องได้รับการแปลง ให้มาอยู่ในรูปแบบของข้อมูลเชิงตัวเลข (digital format) เสียก่อน เช่น จากแผนที่กระดาษไปสู่ข้อมูลใน รูปแบบดิจิตอลหรือแฟ้มข้อมูลบนเครื่องคอมพิวเตอร์อุปกรณ์ที่ใช้ในการนำเข้าเช่น Digitizer Scanner หรือ Keyboard เป็นต้น
2. การปรับแต่งข้อมูล (Manipulation)
ข้อมูลที่ได้รับเข้าสู่ระบบบางอย่างจำเป็นต้องได้รับการปรับแต่งให้เหมาะสมกับงาน เช่น ข้อมูลบางอย่างมีขนาด หรือสเกล (scale) ที่แตกต่างกัน หรือใช้ระบบพิกัดแผนที่ที่แตกต่างกัน ข้อมูลเหล่านี้จะต้องได้รับการปรับให้อยู่ใน ระดับเดียวกันเสียก่อน
3. การบริหารข้อมูล (Management)
ระบบจัดการฐานข้อมูลหรือ DBMS จะถูกนำมาใช้ในการบริหารข้อมูลเพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพในระบบ GIS DBMS ที่ได้รับการเชื่อถือและนิยมใช้กันอย่างกว้างขวางที่สุดคือ DBMS แบบ Relational หรือระบบจัดการฐานข้อมูลแบบสัมพัทธ์ (DBMS) ซึ่งมีหลักการทำงานพื้นฐานดังนี้คือ ข้อมูลจะถูกจัดเก็บ ในรูปของตารางหลาย ๆ ตาราง
4. การเรียกค้นและวิเคราะห์ข้อมูล (Query and Analysis)
เมื่อระบบ GIS มีความพร้อมในเรื่องของข้อมูลแล้ว ขั้นตอนต่อไป คือ การนำข้อมูลเหล่านี่มาใช้ให้เกิด ประโยชน์ เช่น
- ใครคือเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินผืนที่ติดกับโรงเรียน ?
- เมืองสองเมืองนี้มีระยะห่างกันกี่กิโลเมตร ?
- ดินชนิดใดบ้างที่เหมาะสำหรับปลูกอ้อย ?
หรือ ต้องมีการสอบถามอย่างง่าย ๆ เช่น ชี้เมาส์ไปในบริเวณที่ต้องการแล้วเลือก (point and click) เพื่อสอบถามหรือเรียกค้นข้อมูล นอกจากนี้ระบบ GIS ยังมีเครื่องมือในการวิเคราะห์ เช่น การวิเคราะห์เชิงประมาณค่า (Proximity หรือ Buffer) การวิเคราะห์เชิงซ้อน (Overlay Analysis) เป็นต้น หรือ ต้องมีการสอบถามอย่างง่าย ๆ เช่น ชี้เมาส์ไปในบริเวณที่ต้องการแล้วเลือก (point and click) เพื่อสอบถามหรือเรียกค้นข้อมูล นอกจากนี้ระบบ GIS ยังมีเครื่องมือในการวิเคราะห์ เช่น การวิเคราะห์เชิงประมาณค่า (Proximity หรือ Buffer) การวิเคราะห์เชิงซ้อน (Overlay Analysis) เป็นต้น
5. การนำเสนอข้อมูล (Visualization)
จากการดำเนินการเรียกค้นและวิเคราะห์ข้อมูล ผลลัพธ์ที่ได้จะอยู่ในรูปของตัวเลขหรือตัวอักษร ซึ่งยากต่อการตีความหมายหรือทำความเข้าใจ การนำเสนอข้อมูลที่ดี เช่น การแสดงชาร์ต (chart) แบบ 2 มิติ หรือ 3 มิติ รูปภาพจากสถานที่จริง ภาพเคลื่อนไหว แผนที่ หรือแม้กระทั้งระบบมัลติมีเดียสื่อต่าง ๆ เหล่านี้จะทำให้ผู้ใช้เข้าใจความหมายและมองภาพของผลลัพธ์ที่กำลังนำเสนอได้ดียิ่งขึ้น อีก ทั้งเป็นการดึงดูดความสนใจของผู้ฟังอีกด้วย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


